โครงการพัฒนาต้นแบบความมั่นคงทางอาหาร ที่ขับเคลื่อนด้วยการสร้างความรอบรู้

โครงการพัฒนาต้นแบบความมั่นคงทางอาหาร ที่ขับเคลื่อนด้วยการสร้างความรอบรู้

‘ความมั่นคงทางอาหาร’ เป็นสิ่งที่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยให้ความสำคัญ ด้วยภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นเด่นชัดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางซึ่งมีรายได้น้อย รวมไปถึงภาวะโลกรวนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีผลต่อความมั่นคงทางอาหาร ดังผลสำรวจจาก Global Report on Food Crises 2022 ที่นำเสนอออกมาในปีนี้

293366064 1525294061224110 4056475458098765058 n Gindee Club กินดี คลับ

ขณะเดียวกัน การละเลยต่อการให้ความสำคัญในการกิน ก็ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยต้องประสบกับภาวะโภชนาการเกิน หรือเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และที่น่าวิตกคือ เด็กยุคใหม่มีภาวะน้ำหนักเกินมากขึ้น จากการกินอาหารและเครื่องดื่มมีปริมาณน้ำตาลสูง มากกว่า 6 ช้อนชาต่อแก้ว

ทั้งหมดนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผู้หญิงเก่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ ‘โครงการพัฒนาต้นแบบความมั่นคงทางอาหารของโรงเรียนและชุมชน’ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลุกขึ้นมารณรงค์และขับเคลื่อนโครงการนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้นักเรียน ร้านอาหาร และชุมชนต่างๆ มีความรู้รอบด้านอาหารเพื่อสุขภาวะที่ดี มีการแบ่งปันอาหารในภาวะวิกฤติ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

และสนับสนุนให้เกิด #ตลาดสีเขียว ในชุมชน เป็นการขับเคลื่อนจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การให้ความรู้ในการเพาะปลูกผักปลอดสาร การกระจายผลผลิต และส่งเสริมให้ผู้คนบริโภคอาหารสะอาดปลอดภัย นำไปสู่ความมั่นคงทางอาหาร และลดโอกาสเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ดร.ณัจยา เล่าให้ฟังว่า “โครงการนี้ขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมสร้างความรอบรู้ด้านอาหาร (Food Literacy) ผ่านการส่งเสริมให้ครู นักเรียน และผู้ปกครอง เรียนรู้เรื่องการปลูกผักปลอดสารไว้กินเองภายในโรงเรียนและรั้วบ้าน การทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหาร ปุ๋ยชีวภาพ ฮอร์โมนไข่ การเพาะกล้า จนถึงการเก็บเกี่ยว

“โดยผลผลิตที่ได้นั้น ได้กลายมาเป็นวัตถุดิบที่ใช้ปรุงเป็นอาหารกลางวันในโรงเรียน หรือปรุงกินเองที่บ้าน อีกทั้งนักเรียนยังสามารถนำผักไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เล็กๆ และส่งเสริมการกินผักปลอดสารอาหารปลอดภัยในชุมชน ด้วยการสร้าง ‘ตลาดสีเขียว’ ตลาดที่ชาวชุมชนสามารถนำผักปลอดสารและผลิตภัณฑ์อินทรีย์มาจำหน่าย แลกเปลี่ยน และสนับสนุนให้เกิดการแบ่งปันอาหารให้กับกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงได้แม้ในยามวิกฤตขาดแคลนอาหาร”

นอกจากจะสนับสนุนการกินอาหารปลอดภัยเพื่อความมั่นคงทางอาหารภายในโรงเรียนและชุมชน โครงการนี้ยังจุดประกายความเป็น ‘เชฟชุมชน’ ให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง หรือร้านอาหารต่างๆ ที่มีความสนใจในการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพเน้นความถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง

ทั้งยังสนับสนุนให้เกิดระบบการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ด้วยการมีพื้นที่จำหน่ายผักปลอดสาร-อาหารปลอดภัย-ใส่ใจสุขภาพ และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในภาวะวิกฤติ มากไปกว่านั้น ร้านอาหารเหล่านี้ยังมีการเชื่อมโยงกับแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยในชุมชนอีกด้วย

“เราจะจัดตั้งกลุ่ม ‘พี่เลี้ยง’ ขึ้นมาให้ทำหน้าที่เป็นแกนนำของชุมชน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงอาหารของกลุ่มเปราะบาง และการสร้างสรรค์เมนูอาหารกลางวันของนักเรียน โดยทีมพี่เลี้ยงจะทำหน้าที่สำรวจ รวบรวม และรับสมัครกลุ่มเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจากภายในโรงเรียน ชุมชน และร้านอาหารต่างๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา รวมถึงการปลูกผักปลอดสารตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว และสร้างเครือข่ายเข้มแข็งในชุมชนที่จะคอยดูแลกันและกัน” ดร.ณัจยาเล่าให้ฟังถึงวิธีการทำงาน

ไม่เพียงแต่การสนับสนุนให้มี ‘พื้นที่สีเขียว’ ภายในโรงเรียนและชุมชนจะเป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของทีมงานเบื้องหลัง การสนับสนุนให้เด็กไทยหันมารับประทานผักและผลไม้ปลอดสารมากขึ้นก็เป็นโจทย์ยากที่ต้องการการรณรงค์เช่นกัน

293074972 1525294077890775 4640895070272948773 n 1 Gindee Club กินดี คลับ

เพราะแม้ประเทศไทยจะได้ชื่อว่า ‘ครัวโลก’ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผักและผลไม้เมืองร้อนตามฤดูกาล แต่ทุกวันนี้คนไทยรับประทานผักและผลไม้ต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์กรอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้เฉลี่ย 400 กรัมต่อวัน ถึงร้อยละ 65.5 (ผลสำรวจจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี พ.ศ. 2562)

ในเรื่องนี้ ดร. ณัจยา บอกว่า “การที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ หันมากินผักและผลไม้มากขึ้น ต้องเริ่มจากการปลูกฝังภายในครอบครัวและโรงเรียน อีกทั้งโครงการนี้ยังช่วยรับมือกับพฤติกรรม ‘เขี่ยผักข้างจาน’ ของเด็กๆ ได้เช่นกัน เพราะเมื่อเด็กๆ ลงมือปลูกผักปลอดสารด้วยมือของพวกเขาภายในโรงเรียน หรือแม้แต่การปลูกผักสวนครัวหลังบ้านนำมาปรุงเป็นเมนูที่คุ้นเคย ทำให้พวกเขามองเห็นคุณค่าของผักที่ปลูกเอง เด็กๆ จะกินผักมากขึ้น และลดพฤติกรรมการเขี่ยผักข้างจานอย่างเห็นได้ชัด”

อีกทั้งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ยังได้กำหนดองค์ประกอบของความมั่นคงด้านอาหารไว้ 4 ประการ คือการมีอาหารเพียงพอ (Food Availability) การเข้าถึงอาหาร (Food Access) การใช้ประโยชน์จากอาหาร (Food Utilization) และการมีเสถียรภาพด้านอาหาร (Food Stability) ข้อนี้ทำให้แต่ละย่างก้าวของทีมงานต้องอาศัยความมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อให้ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้รับความรู้และประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวอย่างเต็มที่

ปัจจุบัน โครงการต้นแบบความมั่นคงทางอาหารภายในโรงเรียนและชุมชน กำลังสานฝันและต่อยอดความสำเร็จบนพื้นที่ต้นแบบใน 3 จังหวัด ได้แก่ สงขลา (อำเภอคลองหอยโข่ง สะบ้าย้อย รัตภูมิ เทพา ควนเนียง นาทวี สะเดา) สุพรรณบุรี (อำเภอบางปลาม้า สองพี่น้อง อู่ทอง ดอนเจดีย์) และปทุมธานี (อำเภอเมือง คลองหลวง ธัญบุรี ลำลูกกา หนองเสือ)

292995806 1525294207890762 2042641317027072444 n Gindee Club กินดี คลับ

ซึ่งแม้จะเป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ บนแผนที่ประเทศไทย แต่ในอนาคตพื้นที่สีเขียวเหล่านี้จะขยายออกไปเพื่อให้คนไทยได้รับประทานผักปลอดสาร-อาหารปลอดภัย-ใส่ใจในทุกจาน เกิดความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตั้งแต่บ้าน โรงเรียน และชุมชน

ภาพ: ดร.ณัจยา แก้วนุ้ย ผู้จัดการโครงการส่งเสริมอาหารปลอดภัยฯ

tag:

ผู้เขียน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Subscribe

ติดตามข่าวสาร Gindee Club

About Gindee Club

Connect us

Copyright © 2023 Gindee Club. All right reserved.